ลูทีน คืออะไร?

posted on 25 Aug 2009 14:34 by manthika  in knowlage

รู้จัก ลูทีน อีกหนึ่งสารอาหารสำคัญในน้ำนมแม่


จุดเริ่มต้นของการช่วยปกป้องดวงตาลูกน้อย

พ่อแม่ยุคใหม่มักให้ความสำคัญกับการส่งเสริมพัฒนาการทางด้านสติปัญญา

เพื่อต้องการให้ลูกฉลาด แต่อาจลืมให้ความสำคัญกับสุขภาพดวงตาและพัฒนาการด้าน

การมองเห็นของลูกซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้ ดังนั้น พ่อแม่ควรหันมาให้ความสำคัญสุขภาพดวงตา

  เพื่อพัฒนาการเรียนรู้รอบด้านที่ดีของลูกรักของท่าน

ข้อมูลจาก ผศ.นพ.ศักดิ์ชัย วงศกิตติรักษ์ หัวหน้าภาควิชาจักษุวิทยา

คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ระบุว่า

  ปัจจุบันปัญหาสุขภาพตาของเด็กไทยยังน่าห่วง เนื่องจากพ่อแม่ส่วนใหญ่

ยังไม่เห็นความสำคัญของการปกป้องและดูแลสุขภาพดวงตาของเจ้าตัวเล็ก

แต่มักจะพามาพบจักษุแพทย์ก็ต่อเมื่อเกิดปัญหากับดวงตาของลูกแล้ว

 ซึ่งทางที่ดีพ่อแม่ควรให้ความสำคัญใส่ใจดูแลสุขภาพดวงตา

และส่งเสริมพัฒนาการทางสายตาของลูกไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าพัฒนาการด้านอื่นๆ

เพราะพัฒนาการทางสายตาและการมองเห็นที่สมบูรณ์ของเจ้าตัวเล็กนั้น

ถือว่าเป็นประตูสู่การเรียนรู้และการตอบสนองต่อสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ

 ซึ่งจะส่งผลต่อพัฒนาการรอบด้านที่สมบูรณ์ของเจ้าตัวเล็ก โดยมีผลต่อพัฒนาการด้านอื่น ๆ

ของเด็กมากถึง 80-90% ดังนั้น หากเด็กมีปัญหาพัฒนาการทางสายตาและการมองเห็นภาพไม่สมบูรณ์

ก็อาจส่งผลต่อพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กได้

ปัญหาสุขภาพตาของเด็กไทยในปัจจุบันมีแนวโน้มเปลี่ยนไปจากในอดีต คือ

 จากเดิมมักจะเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการติดเชื้อ เปลี่ยนเป็นโรคที่เกี่ยวกับสายตาผิดปกติ

หรือความผิดปกติทางด้านการมองเห็นมากขึ้น

เช่น โรคเกี่ยวกับจอประสาทตา และโรคตาขี้เกียจ

โดยอาการของโรคจอประสาทตานั้น จะทำให้เด็กมองเห็นภาพไม่ปกติ

มองเห็นภาพเลือนราง พ่อแม่ต้องสังเกตจากพฤติกรรมการมองเห็นของเด็ก

 เช่น เด็กไม่จ้องหน้า ตาแกว่ง ไม่มีพัฒนาการทางสายตาและการมองเห็นตามวัย

 หรือ การวิ่งเข้าไปดูสิ่งของใกล้ๆ ก็สามารถบ่งบอกได้ว่าเด็กอาจมีปัญหาเรื่องการมองเห็น

พ่อแม่ควรส่งเสริมพัฒนาการทางด้านสายตาของลูกตั้งแต่ยังเด็ก

เพราะโดยปกติพัฒนาการทางด้านสายตาของเด็กจะมีการพัฒนาการสูงสุดในช่วง 4 ขวบปีแรก

 โดยมีพัฒนาการอย่างต่อเนื่องตั้งแต่แรกคลอด

เริ่มมองเห็นได้ชัดเจนยิ่งขึ้นเมื่ออายุ 2 ขวบ และพัฒนาต่อเนื่องจนสามารถมองเห็นได้อย่างสมบูรณ์

เมื่ออายุ 8-10 ขวบ ดังนั้น การดูแลและป้องกันลูกน้อยจากอาการผิดปกติทางสายตา

และส่งเสริมให้เด็กมองเห็นภาพชัดเจนในช่วงอายุดังกล่าว จึงมีความสำคัญมากต่อพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็ก

โดยพ่อแม่ควรดูแลพฤติกรรมการใช้สายตาของลูกให้เหมาะสมตั้งแต่ยังเล็ก

 เช่น การดูทีวี หรือเล่นคอมพิวเตอร์ สามารถให้ลูกดูหรือเล่นได้ตั้งแต่เล็ก

เพราะถือเป็นการกระตุ้นให้เกิดพัฒนาการที่ดีแก่เด็กได้หากเป็นรายการที่เหมาะสม

แต่พ่อแม่ต้องแนะนำและดูแลอย่างใกล้ชิด ไม่ให้ลูกใช้สายตายาวนานเกินไป

 ควรหมั่นให้ลูกพักสายตาทุก ๆ ครึ่งชั่วโมง พักสายตา 4-5 นาที

 และหมั่นสังเกตการใช้สายตาของลูก หากมีข้อสงสัยว่าลูกจะมีสายตาผิดปกติ

เช่น เด็กชอบดูทีวีใกล้ เอียงคอมอง หรี่ตามอง การมองเห็นผิดปกติ

 ไม่มองตาม ตาเข ตาแกว่ง ตาสั่น หรือขนาดตา 2 ข้างไม่เท่ากัน

อาการเหล่านี้เป็นสัญญาณเตือนว่าเด็กอาจมีความผิดปกติของดวงตาและการมองเห็น

ควรพาลูกไปปรึกษาจักษุแพทย์ นอกจากนี้ การป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นกับดวงตาเด็ก

 จากสัตว์เลี้ยงหรือของมีคมก็มีความสำคัญมากเช่นเดียวกัน

สำหรับคนไทยอาจจะยังไม่คุ้นกับสารอาหารลูทีนที่พบมากในน้ำนมแม่

แต่ในต่างประเทศ “ลูทีน” เป็นสารอาหารที่จักษุแพทย์ นักโภชนาการและนักวิจัยในต่างประเทศ

ให้ความสนใจมาอย่างยาวนาน ในฐานะของสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพดวงตา

โดยช่วยชะลอการเสื่อมของจอประสาทตาในผู้สูงอายุ และเมื่อไม่นานมานี้ นักวิจัยได้มีการศึกษาพบว่า

สารลูทีนก็มีประโยชน์ต่อสุขภาพดวงตาและปกป้องจอประสาทตาในเด็กทารกและเด็กเล็กเช่นกัน

 โดยมีส่วนช่วยให้พัฒนาการทางสายตาและการมองเห็นของเจ้าตัวเล็กสมบูรณ์ขึ้นอีกด้วย

พญ.อดิศร์สุดา เฟื่องฟู กุมารแพทย์และผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการเด็ก

 สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี เปิดเผยว่า

งการกุมารแพทย์ในปัจจุบันได้มีการพูดถึงสารอาหาร “ลูทีน” มากขึ้น

 ซึ่งเป็นสารอาหารอีก ชนิดหนึ่งที่พบมากในน้ำนมแม่มีประโยชน์ในการปกป้องจอประสาทตา

 บริเวณที่เรียกว่า Macula of Lutea โดย “ลูทีน” เป็นสารอาหารธรรมชาติที่พบอยู่หนาแน่น

 บริเวณจอประสาทตา ซึ่งถือเป็นจุดที่สำคัญมากต่อการรับภาพและมองเห็นของคนเรา

โดยสารลูทีนจะทำหน้าที่เป็นเหมือนแว่นตากันแดดธรรมชาติ

โดยคอยกรองหรือดูดซับแสงสีฟ้า (แสงที่เป็นอันตรายต่อจอประสาทตา

อาทิ แสงจากหลอดไฟ แสงจากจอคอมพิวเตอร์ และแสงแดดจ้า เป็นต้น)

ที่จะเข้ามาทำลายจอประสาทตา อีกทั้งยังทำหน้าที่ต้านอนุมูลอิสระป้องกันไม่ให้เซลล์ในจอประสาทตาเสื่อม

สารลูทีนนี้จะแตกต่างจากสารอาหารชนิดอื่น ๆ คือ

ร่างกายคนเราไม่สามารถสร้างขึ้นเองได้จะได้รับจากการรับประทานเท่านั้น

สารลูทีนพบมากในน้ำนมแม่ และผักใบเขียวเข้ม ดังนั้น การให้ลูกดื่มนมแม่และส่งเสริมให้ลูกรับประทานผัก

ใบเขียว ก็จะช่วยให้เจ้าตัวเล็กได้รับสารอาหารที่ช่วยปกป้องดวงตาจากแสงสีฟ้าที่เป็น

อันตรายได้ ดังนั้นคุณแม่ควรให้ลูกดื่มนมแม่ให้นานที่สุด แต่ถ้าหากมีเหตุจำเป็นที่ไม่สามารถให้นมลูกได้

 คุณแม่ก็สามารถพิจารณาอาหารอื่นที่มีสารอาหารลูทีนให้ลูกรับประทาน เพื่อให้ลูกได้รับสารอาหารที่ครบถ้วน

พญ.อดิศร์สุดา เฟื่องฟู จึงฝากเตือนถึงคุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่ให้หันมาใส่ใจดูแลสุขภาพดวงตาเด็กด้วย

 เพราะพื้นฐานสำคัญของการเรียนรู้ของเด็กจะผ่านการมองเห็น

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็กเล็กหรือวัยอนุบาล หากเด็กมีการมองเห็นที่ผิดปกติ

 ก็จะส่งผลเสียต่อการเรียนรู้รวมไปถึงการใช้ชีวิตประจำวันของเด็กด้วย

มีการศึกษาวิจัยตรวจวัดระดับสติปัญญาในเด็กที่มีความผิดปกติ คือเด็กตาบอดและเด็กหูหนวก

โดยควบคุมปัจจัยและเงื่อนไขให้เหมือนกัน ภายหลังพบว่าเด็กที่ตาบอดจะมีพัฒนาการ

ด้านสติปัญญาต่ำกว่าเด็กหูหนวก นั่นหมายถึงการเรียนรู้ของคนเราส่วนใหญ่มาจากการมองเห็นนั่นเอง

ดังนั้นพ่อแม่จึงควรใส่ใจให้ความรัก สำรวจพัฒนาการและสังเกตสุขภาพลูกน้อยอย่างใกล้ชิด

เพื่อจะได้สร้างให้ได้คนไทยที่มีคุณภาพในอนาคตต่อไป

ข้อมูลจาก ดร.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์ ประธานมูลนิธิคุณแม่คุณภาพ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก


โดย นายแพทย์สุรพงศ์ อำพันวงษ์
ภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต

 

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????   ??????????????????
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????

Tweet