DHA/ARA ในนมผสม อันตรายที่พึงระวัง

รายงานระบุว่า DHA/ARA ไม่ปลอดภัย

จากคำร้องทุกข์หลายกรณีที่ส่งไปยังสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของ

สหรัฐอเมริกา (เอฟดีเอ) พบว่า ส่วนผสมที่พบแพร่หลายในนมผสมมีส่วนเกี่ยวข้อง

กับอาการท้องร่วง, ภาวะขาดน้ำอย่างรุนแรง, และอาการชักในเด็กทารก 

ได้มีการเปิดเผยผลการรายงานที่น่าตกใจเกี่ยวกับอันตรายต่อสุขภาพอนามัยของทารกจากกรด

ไขมันที่พบในนมผสม เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาสถาบันคอร์นิวโคเปีย (Cornucopia Institute) องค์กร

เฝ้าระวังและตรวจตราการทำงานของบริษัทในสหรัฐอเมริกา แสดงหลักฐานเกี่ยวกับกรดไขมัน

 DHA และ ARA ซึ่งถูกเติมลงในนมผสมอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน

รายงานอ้างหลักฐานจากข้อเรียกร้องซึ่งคอร์นิวโคเปียยื่นต่อเอฟดีเอโดยอ้างสิทธิตามกฏหมาย

ว่าด้วยเสรีภาพในการรับรู้ข่าวสาร (Freedom of Information Act) ให้เปิดเผยรายงาน 98 ฉบับ

เกี่ยวกับคำร้องทุกข์ที่บรรดาพ่อแม่และแพทย์ได้ยื่นต่อเอฟดีเอ รายงานเหล่านี้มีรายละเอียดเกี่ยว

กับอุบัติการณ์ต่างๆ ซึ่งทารกได้รับผลกระทบในทางลบจากนมผสมที่มี DHA/ARA อุบัติการณ์ต่างๆ

ตามที่ระบุไว้ในรายงานเหล่านี้ มีตั้งแต่การที่ทารกเกิดอาเจียรและท้องร่วง โดยอาการเหล่านี้หายไป

หลังจากทารกเปลี่ยนไปกินนมผสมที่ไม่มี DHA/ARA ไปจนถึง กรณีที่ทารกต้องเข้ารับการรักษาใน

แผนกไอซียู (หน่วยอภิบาลผู้ป่วยหนัก) เพราะขาดน้ำอย่างรุนแรงและมีอาการชัก

รายงานยังระบุต่อไปอีกว่า เอฟดีเอไม่เคยเชื่อมั่นในความปลอดภัยของการเติม DHA/ARA เลย

ในการวิเคราะห์เบื้องต้นเกี่ยวกับสารเติมแต่งเหล่านี้ เอฟดีเอระบุว่าผลการศึกษาที่ได้ไม่สามารถ

ตัดสินสถานะของความปลอดภัยได้ ฝ่ายบริหารของเอฟดีเอยังได้ตั้งข้อสังเกตต่อไปด้วยว่า มีงาน

วิจัยบางชิ้นรายงานว่ามีการเสียชีวิตโดยไม่คาดคิดในกลุ่มทารกที่กินนมผสมที่มี DHA/ARA และทั้งๆ

 ที่ยังมีข้อจำกัดเหล่านี้ เอฟดีเอก็ยังไม่ยอมระงับการอนุมัติการใช้สารเติมแต่งนี้

อินแฟ็คท์แคนาดา (INFACT Canada) ได้ตั้งคำถามเกี่ยวกับการใช้ DHA และ ARA ในนมผสมมานานแล้ว

 (DHA และ ARA มีชื่อเรียกในโฆษณาว่า กรดไขมัน โอเมกา 3 และ โอเมกา 6 ด้วย) ในช่วงสองสามปี

ที่ผ่านมาบริษัทนมผสมรายใหญ่ทุกบริษัทได้เติมกรดไขมันลงในผลิตภัณฑ์ของตนเอง และอวดอ้างว่า

มันมีส่วนช่วยในการพัฒนาสมองและสายตา อย่างไรก็ตามผลการทดลองส่วนใหญ่แสดงว่าสารเติมแต่ง

เหล่านี้ส่งผลกระทบน้อยมากต่อพัฒนาการของทารก แต่เพราะ DHA และ ARA เป็นสารธรรมชาติที่มีอยู่

แล้วในนมแม่ บริษัทนมผสมจึงวางแผนการตลาดและโฆษณาว่า นมผสมที่เติม DHA/ARA  “ใกล้เคียงกับ

นมแม่มากกว่า”

มาร์เท็ค ไบโอไซแอนซ์ คอร์ปอเรชั่น (Martek Biosciences Corporation) ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตและ

จำหน่าย DHA/ARA ให้กับบริษัทผลิตนมผสมเกือบทุกบริษัท ออกมายอมรับว่า จุดประสงค์ของสารเติม

แต่งเหล่านี้ ไม่ใช่เพื่อส่งเสริมพัฒนาการที่มีสุขภาพของทารก แต่เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการทำการตลาด

และโฆษณา ในเอกสารที่บริษัททำขึ้นเพื่อกระตุ้นการลงทุน มาร์เท็คระบุว่า

“ในปัจจุบันนมผสมสำหรับทารกกลายเป็นสินค้าโภคภัณฑ์ ซึ่งสินค้าทุกยี่ห้อ

แทบจะเหมือนกันทุกประการ และนักการตลาดกำลังแข่งขันกันอย่างดุเดือด

ในการสร้างความแตกต่างให้กับยี่ห้อของตน ถึงแม้ (DHA/ARA) จะไม่มี

ประโยชน์ แต่เราเชื่อว่ามันก็ยังจะถูกนำไปเติมในนมผสมอย่างแพร่หลาย

เพื่อใช้เป็นเครื่องมือทางการตลาดและทำให้บริษัทเหล่านั้นสามารถโฆษณาได้

ว่านมผสมของบริษัทตัวเอง “ใกล้เคียงกับนมแม่มากที่สุด”

ในขณะที่ DHA และ ARA มีอยู่แล้วตามธรรมชาติในน้ำนมแม่ แต่ความเชื่อที่ว่า กรดไขมันที่ผลิตโดย

มาร์เท็คทำให้นมผสมมีคุณสมบัติใกล้เคียงนมแม่ เป็นเรื่องไร้สาระ มาร์เท็คผลิต DHA และ ARA จาก

เอ็นไซม์ของสาหร่ายและเชื้อรา และมีการใช้สารระเหยเฮ็กเซน (มีคุณสมบัติเป็นพิษต่อกล้ามเนื้อสมอง)

ในขบวนการผลิต การเติมสารสังเคราะห์เหล่านี้ลงในนมผสมไม่สามารถทำให้นมสังเคราะห์สำหรับทารก

มีคุณลักษณะเหมือนกับนมแม่ได้ เพราะนมแม่ประกอบด้วยเซลล์สิ่งมีชีวิตที่มีโครงสร้างซับซ้อน และเป็น

ทั้งแหล่งสารอาหารและภูมิคุ้มกันเชื้อโรคที่ดีที่สุดของทารก

นมผสมชนิดธรรมดาก็ทำให้ทารกมีความเสี่ยงต่ออันตรายด้านสุขภาพอนามัยอยู่แล้ว แต่ตอนนี้ทารก

กำลังจะได้รับอันตรายจากผลของการใช้เครื่องมือทางการตลาดอีก มันเป็นความผิดอย่างไม่น่าให้อภัย

ที่บริษัทผู้ผลิตจะคำนึงถึงผลกำไรมากกว่าสุขภาพอนามัยของทารก เมื่อได้เห็นหลักฐานและความจริงจาก

รายงานเหล่านี้แล้ว พ่อแม่ผู้ปกครองก็ควรตระหนักถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากการให้ลูกกินนมผสมที่มี

DHA/ARA สินค้าเหล่านี้ควรถูกเรียกคืนและห้ามวางขายในตลาด จนกว่าจะได้รับการประเมินความปลอดภัย

จากองค์กรอิสระที่เชื่อถือได้เสียก่อน

ทารกไม่ควรจะต้องเจ็บป่วย เพียงเพราะว่าบริษัทผลิตนมผสมต้องการเพิ่ม

ตัวเลขยอดขายให้บริษัทของตนเอง
 
ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรายงานของสถาบันคอร์นิวโคเปีย ดูได้ที่
http://foodconsumer.org/7777/8888/C_hildren_amp_W_omen_33/012510002008_Lab-made_imitation_breast_milk_puts_infants_at_risk_study_shows.shtml

รายงานฉบับเต็ม ดูได้ที่  http://cornucopia.org/DHA/DHA_FullReport.pdf

 

Comment

Comment:

Tweet

#2 By (202.29.6.246) on 2010-09-26 15:15

#1 By bad (118.173.186.126) on 2010-04-17 11:17